หวีดสุดขีด 7 2026
เมื่อฆาตกรโกสต์เฟสคนใหม่ปรากฏตัวขึ้นในเมืองที่ ซิดนีย์ เพรสคอตต์ ได้สร้างชีวิตใหม่ของเธอเอาไว้ ความกลัวในห่วงลึกที่สุดของเธอ ก็คือการที่เธอได้รู้ว่าลูกสาวของเธอกลายมาเป็นเป้าหมายรายต่อไป
เมื่อฆาตกรโกสต์เฟสคนใหม่ปรากฏตัวขึ้นในเมืองที่ ซิดนีย์ เพรสคอตต์ ได้สร้างชีวิตใหม่ของเธอเอาไว้ ความกลัวในห่วงลึกที่สุดของเธอ ก็คือการที่เธอได้รู้ว่าลูกสาวของเธอกลายมาเป็นเป้าหมายรายต่อไป
หลังจากเกิดเหตุการณ์ในภาพยนตร์ภาคแรกผ่านไปแล้วหลายปี ในขณะที่ ฟินเนย์ และ เกว็นพยายามที่จะเดินไปข้างหน้า แต่อดีตก็ปฏิเสธที่จะถูกฝังกลบเอาไว้ เมื่อการหายตัวไปหลายครั้งเกิดขึ้นในพื้นที่ มันก็แน่ชัดแล้วว่าบางสิ่ง หรือไม่ก็บางคน ได้กลับมาแล้ว แล้วเจ้าโทรศัพท์สีดำล่ะ? มันก็ได้ดังขึ้นมาอีกครั้งแล้ว
ผลงานสยองขวัญ คลาสสิคเมื่อปี 1996 ของ สุดยอดผู้กำกับ หนังสยองขวัญ ชื่อดังอย่าง Wes Craven หลังจากที่ แม่ของ ซิดนี่ย์ เพรสคอต์ต ได้ตายลง ได้มี ฆาตกรต่อเนื่อง ออกอาละวาด ฆ่าคน โดยคนที่ ตายนั้น ล้วนแต่ เป็นเพื่อน หรือคนที่ ใกล้ชิดกับ ซิดนี่ย์ ทั้งนั้น โดยทุกคน จะถูกมีด เชือดอย่าง สุดสยอง ท่ามกลาง ผู้คนที่ ชวนให้ น่าสงสัย แต่ใครล่ะ ที่เป็นฆาตกร ตัวจริง
หลังจากที่เห็นพ่อแม่ของตนถูกฆ่าโดยคนแต่งตัวเป็นซานตาคลอส ชายหนุ่มคนหนึ่งจึงสวมชุดซานตาคลอสและออกไปแก้แค้นอย่างรุนแรง
ภายหลังจากถูกฆาตกรสวมหน้ากาก “Pin-Up Girl”, “Scarecrow”, และ “Dollface” ไล่ฆ่าทั่วเมืองอย่างไร้เหตุผล มันบอกแค่ว่าเป็นเพียงเพราะ “เธอ” ดันมาอยู่ที่นี่ “มายา” สูญเสียคู่หมั้นด้วยเงื้อมมือพวกมันไปต่อหน้าต่อตา ด้วยใจที่แตกสลายและความแค้นถึงขีดสุด เธอฆ่าหนึ่งในฆาตกรหน้ากากได้สำเร็จ แต่ฝันร้ายกลับยังไม่จบ เพราะเธอหาทางออกจากเมืองนี้ไปไม่ได้ มายาหนีตายเพียงลำพังในเมืองที่เต็มไปด้วยคนแปลกหน้าและความประหลาดสุดสยอง และในครั้งนี้เมื่อมองไม่เห็นหนทางหนี โอกาสสุดท้ายที่จะรอดคือเธอต้องสวมหน้ากาก จับขวาน และเข้าร่วมทีมกับพวกมัน มายาจะเลือกล้างแค้นโดยฆ่าฆาตกรหน้ากากที่เหลือ หรือจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของความอำมหิตแล้วออกล่าผู้คนในเมืองอย่างไร้เหตุผลแบบที่พวกมันเคยทำกับเธอ!
ฆาตกรหน้ากากผีรายใหม่ออกอาละวาดจนกลุ่มเด็กวัยรุ่นหวาดผวาไปทั้งเมือง หลังผ่านไป 25 ปีนับจากเหตุล่าสังหารครั้งแรกที่วูดส์โบโร แก๊งเพื่อนเก่าจึงต้องผนึกกำลังขัดขวางมัจจุราช
เหล่าผู้รอดชีวิตจากการสังหารโหดของโกสต์เฟส ได้ตัดสินใจทิ้งเมืองวู้ดส์โบโร่เอาไว้เบื้องหลัง เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในมหานครนิวยอร์ก โดยที่พวกเขาก็ไม่คาดคิดเช่นเดียวกันว่า สิ่งที่กลัวที่สุดได้ติดตามมาหลอกหลายพวกเขาถึงเมืองใหญ่แห่งนี้ด้วย
วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม แมเรี่ยน เครน (เจเน็ต ลีห์) เลขานุการสาวขโมยเงินจำนวน 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากนายจ้างของเธอ โดยหนีไปจากเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา หวังจะไปหาแซม คู่หมั้นหนุ่มของเธอ (จอห์น เกวิน) แต่เธอขับรถหลงทางและขณะที่ฝนตก เธอได้หลงเข้าไปในโรงแรมแห่งหนึ่ง ที่ชื่อ เบตส์ โมเต๊ล ที่มีบ้านทรงโกธิคอยู่ข้างหลัง เจ้าของโรงแรมเป็นชายหนุ่มท่าทางขี้อาย ชื่อ นอร์แมน เบตส์ (แอนโธนี่ เพอร์กิ้นส์) เธอได้พักที่โรงแรมแห่งนี้ เมื่อพูดคุยกันเธอได้รู้ว่านอร์แมนมีแม่ที่สติไม่ค่อยดี และสร้างความอึดอัดใจให้กับนอร์แมนเสมอ ๆ เธอเสนอให้นอร์แมนพาแม่ไปที่โรงพยาบาล แต่นอร์แมนปฏิเสธ เมื่อเธอเข้าห้องพักและอาบน้ำ ความสยองขวัญก็บังเกิดขึ้น
ฝันร้ายของมายายังไม่จบลง เธอตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาลและต้องเอาชีวิตรอดจากฆาตกรหน้ากากที่ยังตามล่าฆ่าไม่เลือก แต่คราวนี้เธออาจจะต้องเผชิญกับพวกมันตามลําพัง ท่ามกลางเมืองที่ไม่มีทางรู้ได้ว่ากําลังถูกจ้องเอาชีวิตอยู่หรือเปล่า
ซิดนีย์ เพรสค็อต (เนฟ แคมเปล) ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นนักเขียน เดินทางกลับมายังวูดโบโร บ้านเกิดของเธอเพื่อโปรโมทหนังสือ ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายของการเดินทางโปรโมทหนังสือของเธอด้วย เธอได้พบกับอดีตนายอำเภอ ดิวอี้ (เดวิด อาร์เคว็ต) และนักข่าวชื่อ เกล (คอร์ตนีย์ ค็อกซ์) รวมทั้งลูกพี่ลูกน้องของเธอชื่อ จิล โรเบิร์ต (เอมมา โรเบิร์ตส์) กับ เคอร์ รีด (เฮย์เดน พาเน็ทเทียร์) เพื่อนรักของเธอ และ เคท โรเบิร์ต (แมรี แม็คโดนัล) ป้าของเธอ แต่การกลับมาของเธอครั้งนี้ยังมาพร้อมกับการกลับมาของนักฆ่าหน้ากากผีที่เริ่มออกไล่ล่าตามฆ่าเพื่อน ๆ ลูกพี่ลูกน้องของเธอ และคนอื่นๆในย่านวูดโบโร ด้วย เมืองทั้งเมืองกำลังตกอยู่ในอันตรายอีกครั้งซิดนีย์ กับเพื่อนๆและชาวเมืองจะมีวิธีการอย่างไรในการรับมือกับ ฆาตกรหน้ากากผีในครั้งนี้
ฟินนีย์ ชอว์ เด็กชายขี้อายแต่ชาญฉลาดวัย 13 ขวบ ถูกฆาตกรซาดิสต์ลักพาตัวไปขังอยู่ในห้องใต้ดินเก็บเสียง ที่ซึ่งการกรีดร้องไม่ก่อเกิดประโยชน์ใดๆ ในตอนที่โทรศัพท์ไร้สัญญาณที่ติดอยู่ตรงผนังเริ่มส่งเสียงดังขึ้นมา ฟินนีย์ก็ค้นพบว่าเขาสามารถได้ยินเสียงของเหยื่อคนก่อนๆ ของฆาตกรรายนี้ และเหยื่อเหล่านั้นก็ตั้งปณิธานเอาไว้ว่าจะทำให้แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขาจะต้องไม่เกิดขึ้นกับฟินนีย์
นี่คือ การกลับมา ของความสยอง ที่เป็นต้นแบบ ของความกลัว และเสียงหวีด จนถึงขีดสุด เมื่อเรื่องราว ของเด็กสาว ที่ชื่อว่า ซิดนี่ย์ จากภาคแรก ได้ถูกนำมา ทำเป็นข่าว สยองขวัญ จนดัง ไปทั่วเมือง จนได้ถูกนำ ไปสร้างเป็น ภาพยนตร์ ... จากความบ้า ปนคลั่ง ของเหล่า บรรดาแฟน ๆ ได้ชักนำ ให้ฆาตกรโรคจิต กลับมาอีกครั้ง !! แต่ครั้งนี้..จะสยอง สุดโหด ยิ่งกว่าเดิม
ในขณะที่ผู้อยู่ในอาศัยในชุมชน เคาน์ตี้ กำลังผล็อยหลับไปในคืนวันคริสมาสต์อีฟแสนสงบสุข อาร์ท เดอะ คลาวน์ ก็พร้อมก็จะปลดปล่อยความบ้าคลั่งสุดหฤโหดในแบบที่ทุกคนยากที่จะตั้งตัวได้ทัน
กลุ่มวัยรุ่นจากหัวเมืองที่ต่างมีพันธะอย่างหนึ่งเหมือนกัน พวกเขาตกเป็นเป้าหมายการติดตามของ เฟรดดี้ ครูเกอร์ ฆาตกรหน้าตาน่าสยดสยอง ซึ่งตามล่าพวกเขาในความฝัน ตราบใดที่พวกเขาตื่นอยู่ก็จะสามารถป้องกันตัวได้ แต่เมื่อพวกเขาหลับ จะไม่มีทางหนีรอด
เรื่องราวได้เกิดขึ้น ที่กองถ่าย ภาพยนตร์ ในฮอลลีวู้ด ซึ่งกำลัง ถ่ายทำเรื่อง Staaab 3: Return to Woodsboro ซึ่งเป็นภาพยนตร์ ที่โยงใย ถึงสาเหตุ การฆาตกรรมหมู่ ในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง โดยมี ตัวละครหลัก ของเรื่องคือ “ซิดนีย์ เพรสคอทท์” (เนฟ แคมเบลล์) ผู้ที่ใช้ชีวิต อย่างเรียบง่าย ใน นอร์ทแคลิฟอร์เนีย แต่เหตุการณ์ร้าย หลังจาก ภาพยนตร์เรื่อง Stab 3 ได้เปิดกล้อง ได้ดึงเธอออกมา จากที่ซ่อน มาพบเพื่อนเก่า อีกครั้ง Scream 3 เป็นจุดสูงสุด ของภาพยนตร์ ไตรภาคเขย่าขวัญ ของ เวส คราเวน ซึ่งใน 2 ภาคแรก ไม่เพียงแต่จะ ปลุกกระแส ภาพยนตร์เขย่าขวัญ ที่ตายไปกว่า 10 ปี ให้ตื่นขึ้นมา อย่างองอาจ แต่ยังทิ้งเชื้อให้ ฮอลลีวู้ดนำไป เป็นโจทย์แตกหน่อ ความคิดตามมา อีกจนถึงทุก วันนี้ ภาคจบของ Scream 3 จะสรุปทุกอย่าง แบบไร้ข้อกังขา โดยปะติดปะต่อ ทุกอย่างเข้าด้วย กฎง่ายๆ เพียงข้อเดียว คือ จงลืมทุกกฎ ไปให้หมด
เรื่องราวของกลุ่มเพื่อนที่ถูกตามล่าโดยคนโรคจิตที่รู้ถึงเหตุการณ์ในอดีตอันโหดเหี้ยมที่พวกเขาได้เคยทำเอาไว้
An anthology horror drama series centering on different characters and locations, including a house with a murderous past, an asylum, a witch coven, a freak show, a hotel, a farmhouse in Roanoke, a cult, the apocalypse and a summer camp.
A missing FBI agent reappears six years after being declared dead.
After a vintage Chucky doll turns up at a suburban yard sale, an idyllic American town is thrown into chaos as a series of horrifying murders begin to expose the town’s hypocrisies and secrets. Meanwhile, the arrival of enemies — and allies — from Chucky’s past threatens to expose the truth behind the killings, as well as the demon doll’s untold origins.
The super-charged comedy-horror series is a modern take on the classic whodunit with a killer cast.
Twenty years ago, a series of tragic events almost ripped the blue-collar town of Millwood apart. Now, in the present day, a group of disparate teen girls finds themselves tormented by an unknown Assailant and made to pay for the secret sin their parents committed two decades ago, as well as their own.
In a sun-soaked Hawaiian town with a mysterious past, a group of friends is left with a dark secret after a tragic accident. One year later, a member of the group receives a threatening message, and the friends now know that someone intends to make them pay for last summer.
Epitafios is a 2004 13-episode, Argentinian crime fiction TV mini-series with the tagline: El Final Está Escrito ... The End Is Written. The series, which takes place in an unnamed South American city, was shot in Buenos Aires. The series was produced by HBO Latin America and Argentinian TV/film company Pol-Ka Producciones. It was written by Marcelo Slavich and Walter Slavich and directed by Alberto Lecchi and Jorge Nisco. Although all of the actors were Argentinian, a neutral Spanish was used instead of the local Rioplatense Spanish, avoiding colloquialisms such as the local vos in favor of the more common tú. The series debuted in Australia on SBS in May 2007 under the title If The Dead Could Speak. It premiered in Poland on Cinemax on November 6, 2008. In Germany, it premiered on November 6, 2009 on pay TV channel FOX under the title Epitafios - Tod Ist Die Antwort.
Aboard the mega cruise ship Sacramentum, 20-year-old new recruit, Jamie, infiltrates the 3000-strong crew in a desperate race to find his missing sister. She was working aboard the same vessel on a previous tour and vanished mid-charter.
Kim Yo Han is a psychiatrist who gets involved in a serial murder when his car broke down on Christmas Eve during a sudden storm and he is forced to take shelter at a private high school. Seven students and a teacher are also there over the winter break, but they are gradually murdered one by one as they receive letters from a killer who wants revenge for the death of his mother and sister.
Friends gathered at a remote chalet in the French Alps for a summer getaway are caught in a deadly trap as a dark secret from the past comes to light.
Described as a longform exploration of the world created in the original 1974 film. Details TBA.